• Tue. May 24th, 2022

ประวัติ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เจ้าของฉายา “เมสซิเจ”

ByEditor

May 8, 2022

ประวัติความเป็นมา ชนาธิป สรงกระสินธ์ เจ้าของฉายา “เมสซิเจ”

            ชนาธิป สรงกระสินธ์ ( ชื่อเล่น เจ​ ) เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เป็นนักฟุตบอลชาวไทย และปัจจุบันเล่นให้กับคาวาซากิ ฟรอนตาเลในเจลีก ดิวิชัน 1 ของประเทศญี่ปุ่น และทีมชาติไทย

           ชนาธิปเริ่มมีชื่อเสียงจากการเขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่วินเฟรด เชเฟอร์ เรียกตัวเข้าไปร่วมการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2012 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ได้คว้าตำแหน่งรองแชมป์ ก่อนที่สองปีต่อมาจะได้พาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2014 และได้คว้าแชมป์อีกครั้งในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2016 และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากสองครั้งหลังสุด
          ชนาธิปยังเป็นกำลังหลักสำคัญของผู้เล่นทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้คว้าเหรียญทองในการแข่งขัน ซีเกมส์ ปี 2013 ที่พม่า และซีเกมส์ ปี 2015 ที่สิงคโปร์ รวมถึงการคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ปี 2014 ที่เกาหลีใต้
         ด้วยการมีรูปร่างที่เล็กแต่มีทักษะฟุตบอลที่ดีของ บวกกับมีความคล่องแคล่วปราดเปรียวมีความเข้าใจเกมสูง ชนาธิปจึงได้รับฉายาว่า เมสซิเจ ตามชื่อของลิโอเนล เมสซิ นักฟุตบอลทีมบาเซโลน่า

ประวัติ

        ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกิดที่ตลาดสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นลูกชายของนายก้องภพและนางพรสวรรค์ สรงกระสินธ์ โดยพ่อเป็นคนสอนให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุได้เพียง 1 ขวบ และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในขณะที่ยังศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร จากนั้นก็ได้ย้ายมาศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
       หลังจากจบชั้นประถมศึกษา ชนาธิปได้กลับไปจังหวัดนครปฐมเพื่อศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสามพรานวิทยา ในช่วงระหว่างนี้เขาได้ลงเล่นฟุตบอลเดินสายกับทีม ซีแอล ไฮสปีด ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเดินสายชื่อดังในจังหวัดนครปฐม ร่วมกับรัชพล นาวันโน และภายหลังกลายเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยอีกคนหนึ่ง
       หลังจากได้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชนาธิปได้ไปศึกษาต่อในสาขาวิชาการตลาดที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชย์การราชดำเนิน และได้เล่นฟุตบอลในระดับนักเรียนให้กับสถาบันไปด้วย โดยช่วยทำให้พาณิชย์การราชดำเนินคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษารุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. ได้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554
      ในอดีตของ ชนาธิป เคยศึกษาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เมื่อต้นปี พ.ศ. 2558 ต่อมา เขาได้ทำเรื่องย้ายคณะและไปศึกษาต่อที่ คณะสหเวชศาสตร์ ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับเข้าราชการตำรวจโดยเข้ารับการฝึกอบรมที่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค7

ทีมชาติ

ชุดเยาวชนทีมชาติอายุไม่เกิน 20 ปี

      ชนาธิปได้ลงเล่นในระดับชาติให้กับทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ในรายการฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชียปี 2012 ในรอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้การคุมทีมของสมชาย ช่วยบุญชุม ในรอบคัดเลือกทีมไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีของเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และ กวม
     ชนาธิป ได้ลงสนามในนัดแรกของการแข่งขันรอบคัดเลือก ใน วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในเกมส์ที่ทีมชาติไทยชนะเกาหลีใต้ด้วยสกอร์ 1-0 ที่สนามเทพหัสดิน นับว่าเป็นการลงเล่นให้ทีมชาติไทยในระดับเยาวชนเป็นครั้งแรกของเขาด้วย และเขาก็ยิงได้ 1 ประตู ในเกมส์ที่ทีมชาติไทยถล่มทีมชาติกวมด้วยสกอร์ 13-0 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โดยการแข่งขันในรอบคัดเลือก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ทำผลงานให้กับทีมชาติไทยชุดอายุ 20 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยมและสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะเกาหลีใต้ 1-0 ชนะไต้หวัน 1-0 ชนะกวม 13-0 และเสมอญี่ปุ่น 0-0 และได้เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม
     ในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนทีมชาติอายุ 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย ในรอบสุดท้ายที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยได้อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับเกาหลีใต้ จีน และอิรัก ซึ่งในการแข่งขันทั้ง 3 นัด จะแข่งที่สนามกีฬาฟูไจราห์ คลับ เมืองฟูไจราห์ โดยทีมไทยลงแข่งขันนัดแรกกับจีน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ชนาธิป ได้สามารถผ่านบอลให้ วรนาถ ทองเครือ เข้าไปยิงทำประตูได้ และช่วยทำให้ทีมชาติไทยเอาชนะจีนไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 ต่อมาในการแข่งขันกับเกาหลีใต้ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ไทยกลับแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 และในการแข่งขันนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ไทยแพ้อิรักไปด้วยสกอร์ 0-3 และตกรอบไปในที่สุด

ชุดเยาวชนทีมชาติอายุไม่เกิน 23 ปี

      ในเดือนธันวาคม ปี 2556 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ได้เรียกชนาธิปที่ขณะนั้นเคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วในยุคของวินฟรีด เชเฟอร์ มาเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในแข่งขันซีเกมส์ ปี 2013 ที่กรุงเนปยีดอ ประเทศพม่า
     โดยนาย ชนาธิป ได้ลงเล่นในซีเกมส์เป็นครั้งแรก ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ในการแข่งขันนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มที่ทีมชาติไทย เอาชนะติมอร์-เลสเต ไปด้วยสกอร์ 3-1 โดยเขาได้ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในช่วงของ 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งในการแข่งขันซีเกมส์ปี 2013 นี้ ชนาธิป ได้รับบทบาทเป็นผู้เล่นตัวสำรองที่มักจะได้ถูกส่งตัวลงสนามเพื่อสร้างเกมส์รุกในช่วงครึ่งหลังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสามารถทำผลงานได้อย่างดี โดยเขาได้เล่นเป็นตัวจริง 1 นัด ในเกมส์ที่ได้เสมอให้กับกัมพูชา 0-0 และสามารถช่วยทำให้ทีมชาติไทยได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
    ในนัดรอบชิงชนะเลิศ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ได้พลาดโอกาสในการลงแข่งกับอินโดนีเซีย เนื่องจากเขาได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง แต่ทีมชาติไทยก็ได้เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 และได้คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ

ทีมชาติชุดใหญ่

      ชนาธิป ได้ลงสนามเล่นให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในการแข่งขันรอบนัดอุ่นเครื่องกับภูฏาน ในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เขาได้ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังและช่วยทำให้ทีมชาติไทยชนะไปด้วยสกอร์ 5-0
    หลังจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ก็ได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยชนาธิปกลายเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดภายในทีม และเขาได้ลงสนามในรายการนี้เป็นครั้งแรก ในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เป็นนัดที่ไทยพบกับเวียดนามในรอบแบ่งกลุ่ม โดยได้ถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทนปิยพล บรรเทา ที่มีอาการบาดเจ็บ จบเกมไทยชนะด้วยสกอ 3-1 หลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้ลงสนามอีกครั้งหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ที่พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ชนาธิป มีโอกาสเลี้ยงกระชากหนีจากนักเตะสิงคโปร์และได้ยิงทำประตูหนึ่งครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และได้คว้ารองแชมป์ไปในที่สุด
    ในปี 2556 เขาได้เล่นในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ปี 2556 ที่ได้จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมที่เข้าร่วมในการแข่งขันคือเกาหลีเหนือ สวีเดน และฟินแลนด์
     และในการแข่งขันนัดแรกที่ทีมชาติไทยพบทีมชาติฟินแลนด์ ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ชนาธิป ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่ก็จบด้วยการแพ้ฟินแลนด์ 1-3 ทำให้ต้องไปชิงที่ 3 กับเกาหลีเหนือ โดยการแข่งขันในนัดชิงที่ 3 ในวันที่ 26 มกราคม ชนาธิปก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง ก่อนจะเสมอกันไปด้วยสกอร์ 2-2 จึงได้คว้าอันดับ 3 ร่วมไปครอง
     และในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ ปี 2015 รอบคัดเลือก ไทยก็ได้อยู่ร่วมสายกับ อิหร่าน คูเวต และเลบานอน นัดแรก วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ไทยได้เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบกับคูเวต ชนาธิปได้มีชื่อเป็นตัวสำรองและได้ลงสนามแทนจักรพันธ์ พรใสในนาทีที่ 72 หลังจากนั้น 3 นาที ชนาธิปก็สามารถทำประตูตีไข่แตกให้ไทยได้ และจบเกมส์ไทยเปิดบ้านแพ้คูเวตไปด้วยสกอร์ 1-3 โดยประตูดังกล่าวถือว่าประตูแรกของชนาธิป ในการเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่
   ชนาธิป ได้เป็นตัวหลักในยุคของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่ได้รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพสำหรับทีมชาติชุดใหญ่แทนที่ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยซิโก้ได้ประเดิมคุมทีมชาติชุดใหญ่เมื่อ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยได้นำนักเตะชุดซีเกมส์ ปี 2013 ไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีน และได้ถล่มทีมชาติจีนคาบ้านด้วยสกอร์ 5-1 โดยชนาธิปเป็นหนึ่งในผู้ทำประตู
   และในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2014 ชนาธิปเล่นได้อย่างโดดเด่นมาก และเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในการแข่งขันครั้งนี้ ในนัดรอบชิงชนะเลิศที่ไทยพบกับมาเลเซีย ทางมาเลเซียได้กล่าวว่า ชนาธิปเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นของไทยที่ต้องระวัง (ส่วนอีก 2 คน คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ชาริล ชับปุยส์) ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ที่ไทยเป็นฝ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 3-2 แต่โดยผลการแข่งขันรวมแล้ว ไทยชนะไปด้วยสกอร์รวมทั้งหมด 4-3 ชนาธิปเป็นผู้ยิงทำประตูที่ 2 ให้กับทีมชาติไทยได้ในนาทีที่ 86 จากการยิงนอกเขตโทษ จึงทำให้ไทยได้แชมป์รายการนี้ไปเป็นสมัยที่ 4 และได้เป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี นอกจากนี้แล้ว ชนาธิป ยังได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในรายการนี้ไปอีกด้วย